“โซเชียลมีเดีย” นำธุรกิจไปสู่ความรุ่งเรืองในปัจจุบัน

“โซเชียลมีเดีย” นำธุรกิจไปสู่ความรุ่งเรืองในปัจจุบัน
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ประเภทของ Social Media

“โซเชียลมีเดีย” นำธุรกิจไปสู่ความรุ่งเรืองในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กหรือใหญ่ต่างหันมาใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ในการทำการตลาดเกือบทั้งหมด เพราะตระหนักดีว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการโฆษณาสินค้าและขายสินค้าได้เป็นอย่างดี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือมีก็ไม่มากหากเทียบกับการทำตลาดในรูปแบบอื่น ๆ ที่สำคัญมีประสิทธิภาพเยี่ยม และเห็นผลในระยะเวลาอันรวดเร็ว เรียกว่ายุคนี้ผู้ประกอบการรายใดไม่ใช้โซเชียลมีเดียเท่ากับว่าตกเทรนด์ไปแล้ว

สำหรับในยุคนี้ เราคงจะหลีกเลี่ยงหรือหนีคำว่า Social Media ไปไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็จะพบเห็นมันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลายๆ คนก็อาจจะยังสงสัยว่า “Social Media” มันคืออะไรกันแน่ วันนี้เราจะมารู้จักความหมายของมันกันครับ

คำว่า “Social” หมายถึง สังคม ซึ่งในที่นี้จะหมายถึงสังคมออนไลน์ ซึ่งมีขนาดใหม่มากในปัจจุบัน

คำว่า “Media” หมายถึง สื่อ ซึ่งก็คือ เนื้อหา เรื่องราว บทความ วีดีโอ เพลง รูปภาพ เป็นต้น

ดังนั้นคำว่า Social Media จึงหมายถึง สื่อสังคมออนไลน์ที่มีการตอบสนองทางสังคมได้หลายทิศทาง โดยผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต พูดง่ายๆ ก็คือเว็บไซต์ที่บุคคลบนโลกนี้สามารถมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกันได้นั่นเอง

         พื้นฐานการเกิด Social Media ก็มาจากความต้องการของมนุษย์หรือคนเราที่ต้องการติดต่อสื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์กัน จากเดิมเรามีเว็บในยุค 1.0 ซึ่งก็คือเว็บที่แสดงเนื้อหาอย่างเดียว บุคคลแต่ละคนไม่สามารถติดต่อหรือโต้ตอบกันได้ แต่เมื่อเทคโนโลยีเว็บพัฒนาเข้าสู่ยุค 2.0 ก็มีการพัฒนาเว็บไซต์ที่เรียกว่า web application ซึ่งก็คือเว็บไซต์มีแอพลิเคชันหรือโปรแกรมต่างๆ ที่มีการโต้ตอบกับผู้ใช้งานมากขึ้น ผู้ใช้งานแต่ละคนสามารถโต้ตอบกันได้ผ่านหน้าเว็บ

พูดถึงโซเชียลมีเดียก็มีหลากหลายประเภท สำหรับตัวหลัก ๆ ที่มีผู้นิยมใช้อันดับต้น ๆ อาทิ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูป อินสตราแกรม ไลน์ บล็อก Whatsapp, Google+, Hi5 และ Tagged ฯลฯ  ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามกูรูด้านมาร์เก็ตติ้งออนไลน์ล้วนเห็นตรงกันว่าเฟซบุ๊กได้ผลมากที่สุด เนื่องจากในบ้านเรามีจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กมากเป็นอันดับ 9 ของโลก หรือเกือบ 30 ล้านคน แต่ไม่ว่าจะใช้โซเชียลมีเดียรูปแบบไหนหากจะให้ขายสินค้าหรือบริการได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ต้องมีการวางแผนการตลาดก่อน  

โมเดลการทำธุรกิจดังกล่าวเรียกว่า “โซเชียล บิสสิเนส” บ้างก็เรียกว่า โซเชียล เน็ตเวิร์ค มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งนับวันจะมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากปัจจุบันและในอนาคตผู้คนใช้สมาร์ทโฟนกันเพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้อินเทอร์เน็ต ส่งผลให้การขายผ่านออนไลน์มียอดเติบโตสูงขึ้นทุก ๆ ปี เพราะพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปจากเดิมที่จะต้องไปซื้อของในร้านหรือห้าง และได้เห็นตัวสินค้าแล้วเท่านั้น

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหลายรายที่แต่ก่อนเคยออกบูธขายตามสำนักงานและตามงานอีเวนท์ต่าง ๆ ถึงกับเลิกขายแบบเดิมเพราะเสียทั้งเวลาและเสียค่าใช้จ่าย แถมเหนื่อยกายอีกต่างหาก หันมาใช้ช่องทางขายผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเดียว เพราะในขณะที่มีรายได้ใกล้เคียงกันแต่สบายกว่ากันเยอะ ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก 

ทั้งนี้การใช้โซเชียลมีเดียกับธุรกิจให้ได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุดนั้นก็ต้องมีเทคนิคมีวิธีการเหมือนกัน ต้องรู้อะไรควรอะไรไม่ควร ต้องรู้จักกลุ่มคนที่ใช้ และต้องรู้พฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย เช่น วัยรุ่น คนทำงาน และผู้สูงอายุ มักนิยมเล่นเฟซบุ๊ก และผู้หญิงมักจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์กันมากกว่าหากเทียบกับผู้ชาย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในเฟซบุ๊กมักเต็มไปด้วยสินค้าของสุภาพสตรีเสียเยอะ

อันที่จริงการทำตลาดในโซเชียลมีเดียก็ไม่ได้แตกต่างจากการทำตลาดทั่วไปนัก อาจจะมีบางเรื่องบางประเด็นเท่านั้น อย่างเช่น ช่องทางการชำระเงิน และบริการจัดส่งสินค้า

สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้การทำธุรกิจในโซเชียลมีเดียให้ได้ผล ก่อนอื่นจะต้องสร้างกลุ่มลูกค้า หรือกลุ่มผู้ติดตามให้ตรงกับเป้าหมายของสินค้าและบริการนั้น ๆ ซึ่งในการเริ่มต้นไม่จำเป็นจะต้องเร่งรีบประชาสัมพันธ์อย่างโจ่งแจ้ง อย่ามุ่งการขายเป็นหลัก อย่าให้คนอ่านรู้สึกว่ากำลังถูกยัดเยียด ควรเน้นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีก่อน โดยอาจจะพูดคุยเรื่องทั่วไป ถามสารทุกข์สุกดิบกันเหมือนเพื่อน เหมือนพี่ เหมือนน้อง เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นกันเอง
 
ขณะเดียวกันข้อมูลข้อความต่าง ๆ ที่สื่อสารจะต้องมีประโยชน์มีสาระดี เป็นเรื่องใกล้ตัว สัมผัสได้ อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน เป็นเรื่องที่อยู่ในกระแส และไม่ยาวเยิ่นเย้อจนเกินไป มีรูปแบบที่น่าสนใจ หากมีภาพหรือคลิปวิดีโอประกอบยิ่งดีใหญ่ พร้อมกันนั้นต้องมีการอัปเดทอยู่บ่อย ๆ และทำอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้จะต้องมีการติดตามวัดผลและประเมินผลด้วย

กรณีในเฟซบุ๊กผู้ประกอบการบางรายถึงกับลงทุนซื้อไลค์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านออนไลน์มาร์เก็ตติ้งบางคนแนะนำว่าไม่ควรเสียเงินไปซื้อเพราะจำนวนที่กดไลค์ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นหลักประกันว่าเป็นผู้ซื้อสินค้าหรือทำให้สินค้าบริการนั้นมียอดขายที่ดีขึ้น ทั้งนี้ในการโพสต์สินค้าในเฟซบุ๊กไม่ควรมีความยาวเกิน 5 บรรทัด และในเนื้อความจะต้องมีรายละเอียดของสินค้า อาทิ รหัสสินค้า ราคา และเบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางที่สามารถติดต่อผู้ขายได้สะดวก

ทั้งหมดนี้คงทำให้ได้เห็นกันแล้วว่าโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำธุรกิจในปัจจุบัน-อนาคต ดังนั้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ประเภทของ Social Media
 

ผู้ประกอบการควรจะใช้ในทุก ๆ รูปแบบ เพราะแต่ละช่องทางก็มีผู้ใช้บริการแตกต่างกันไป เพื่อจะทำให้ได้ลูกค้าในปริมาณมากขึ้นและมีความหลากหลาย

 (1) Blog
บล็อก (Blogคือเว็บไซด์รูปแบบหนึ่ง ที่มีลักษณะรูปร่างหน้าตาคล้ายๆกับการเขียนไดอารี่ หรือ บันทึกส่วน    ตัว ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากเราใช้ฟรี ไม่ต้องเสียเงิน
– คำว่า “Blog” มาจากคำเต็มว่า “Weblog” (ตัด We ทิ้ง คงเหลือแต่ blog) ซึ่งโดยนัยแล้วหมายถึง การบันทึก      ข้อมูล(Log) บน เว็บ(Web) นั่นเอง
– โดยผู้ที่เขียนบล๊อกเป็นอาชีพ จะถูกเรียกกันว่า “บล็อกเกอร์” (Blogger)
– จุดเด่นที่สำคัญของ Blog คือ จะมีระบบที่ผู้อ่านและผู้เขียนสามารถแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกันได้ โดยผ่าน  ทางระบบ Comment ของบล๊อก
(2 )Twitter และ Microblog อื่นๆ
เป็นรูปแบบหนึ่งของ Blog ที่จำกัดขนาดของการ Post แต่ละครั้งไว้ที่ 140 ตัวอักษร โดยแรกเริ่มเดิมที ผู้ออกแบบ Twitter ต้องการให้ผู้ใช้เขียนเรื่องราวว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนี้ (What are you doing?) แต่กิจการต่างๆกลับนำ Twitter ไปใช้ในทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการบอกต่อ เพิ่มยอดขาย สร้าง Brand  หรือเป็นเครื่องมือสำหรับการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า 
(3) Social Networking
             จากชื่อก็สามารถแปลความหมายได้ว่าเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงเรากับเพื่อนๆจนกลายเป็นสังคม ทั้งนี้ผู้ใช้จะเริ่มต้นสร้างตัวตนของตนเองขึ้นในส่วนของ Profile ซึ่งประกกอบด้วยข้อมูลส่วนตัว (Info) รูป (Photo) การจดบันทึก (Note) หรือการใส่วิดีโอ (Video) และอื่นๆ นอกจากนี้ Social Networking ยังมีเครื่องมือสำคัญในการสร้างจำนวนเพื่อนให้มากขึ้น คือ ในส่วนของ Invite Friend และ Find Friend รวมถึงการสร้างเพื่อนจากเพื่อนของเพื่อนอีกด้วย
        (4) Media Sharing
           เป็นเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถ upload รูปหรือวิดีโอเพื่อแบ่งปันให้กับครอบครัว เพื่อนๆ หรือแม้กระทั่งเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน  เราอาจจะใช้กล้องดิจิตอลราคาถูกๆ ถ่ายทอดความคิดเป็นรูปแบบวิดีโอ จากนั้นนำขึ้นไปสู่เว็บไซต์ Media Sharing อย่าง Youtube หากความคิดของเราเป็นที่ชื่นชอบ ก็ทำให้เกิดการบอกต่ออย่างแพร่หลาย

       (5) Social News and Bookmarking 

            เป็นเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงไปยังบทความหรือเนื้อหาใดในอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้เป็นผู้ส่งและเปิดโอกาสให้คะแนนและทำการโหวตได้ เป็นเสมือนมหาชนช่วยกลั่นกรองว่าบทความหรือเนื้อหาใดนั้นเป็นที่น่าสนใจที่สุด

       (6) Online Forums

             ถือเป็นรูปแบบของ Social Media ที่เก่าแก่ที่สุด เป็นเสมือนสถานที่ที่ให้ผู้คนเข้ามาพูดคุยในหัวข้อที่พวกเขาสนใจ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่อง เพลง หนัง การเมือง กีฬา สุขภาพ หนังสือ การลงทุน และอื่นๆอีกมากมาย ได้ทำการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนถึงการแนะนำสินค้าหรือบริการต่างๆ นักการตลาดควนสนใจ