10 อันดับมือถือ น่าสนในและยอดนิยมในปี 2019

10 อันดับมือถือ น่าสนในและยอดนิยมในปี 2019

10 อันดับมือถือ น่าสนในและยอดนิยมในปี 2019 ว่ามีรุ่นไหนบ้างที่น่าสนใจและยอดขายมากที่สุด เรามาดูกัน

 

10.Samsung Galaxy A80

Samsung Galaxy A80

เริ่มกันที่ Samsung Galaxy A80 เรียกได้ว่าในซีรีย์ Galaxy A ของค่าย Samsung นั้นยังคงมาแรงกันอยู่ โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือกล้องถ่ายรูปที่สามารถหมุนเพื่อสลับใช้งานเป็นได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังภายในตัวเดียวกัน นั่นหมายความว่าคุณจะได้ภาพเซลฟี่ที่มีคุณภาพดีเท่ากับกล้องหลัง และดีกว่ากล้องหน้าของอีกหลาย ๆ รุ่นกันไปเลย การใช้งานกล้องก็แสนจะง่าย แค่สไลด์กล้องขึ้นมาก็ได้แล้ว ซึ่งก็ทำให้รุ่นนี้จะได้หน้าจอแสดงผลแบบเต็มพื้นที่ขนาด 6.7 นิ้ว ไม่มีรอยบากหรือติ่งมากวนใจ โดยเป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 3 พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังใต้หน้าจอแบบ Optical Ultra Sonic กรอบตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงทนทาน ส่วนฝาหลังก็จะเป็นกระจก Gorilla Glass 6 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 730 หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 618 จับคู่มากับ RAM 8 GB หน่วยความจำภายใน 128 GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมจากภายนอก ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย One UI มีแบตเตอรี่ความจุ 3,700 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จเร็ว 25W สำหรับกล้องถ่ายรูปก็มาด้วยกันทั้งหมด 3 ตัว ซึ่งจะใช้งานเป็นได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ประกอบไปด้วยกล้องตัวแรกความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0 โฟกัส PDAF กล้อง ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.2 และกล้อง TOF 3D ขนาดรูรับแสง f/1.2 มีโหมดหน้าชัดหลังเบลอและลูกเล่นที่ครบครัน

 

9. Realme 3 Pro (X Lite)

รุ่นนี้ก็เป็นมือถือระดับกลางที่จัดเต็มมาด้วยสเปคสุดแรงในราคาซอฟต์ ๆ โดยเป็นรุ่นที่ได้รับการอัพเกรดสเปคขึ้นมาจากรุ่น Realme 3 จึงทำให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานต่าง ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น มาพร้อมดีไซน์สวยงามสะดุดตาด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นทางของรถแข่งแสดงให้เห็นถึงความเร็วแรงเพียงครั้งแรกที่ได้เห็น มีหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบพร้อมรอยบากติ่งหยดน้ำชนิด IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล โดยมากับหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 710 หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 616 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย ColorOS 6 มาพร้อมกับรุ่นย่อยให้เลือกก็คือ รุ่น RAM 6GB หน่วยความจำภายใน 64 GB และ 128GB รุ่น RAM 4 GB หน่วยความจำภายใน 64 GB รองรับ Micro SD ได้สูงสุด 256 GB มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือและระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า AI Facial Unlock พร้อมช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และแบตเตอรี่ความจุ 4,045 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จเร็ว VOOC 3.0 ส่วนกล้องถ่ายรูปก็มาพร้อมกับกล้องด้านหลังแบบเลนส์คู่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.7 พร้อมเทคโนโลยี Dual Pixel PDAF ส่วนกล้องอีกตัวเป็น Depth sensor ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ช่วยให้สามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างสวยงาม ในส่วนของกล้องหน้าก็มีความละเอียดถึง 25 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0 พร้อมโหมดบิวตี้ที่ช่วยให้การเซลฟี่ออกมาได้สวยงามดั่งใจคุณ

 

8. OPPO Reno 10x Zoom

 

เชื่อว่าหลายคนโดนมือถือจากค่ายนี้ตกไปแล้วหลายรุ่น เพราะ OPPO นั้นเรียกได้ว่าเป็นค่ายที่ขยันปล่อยมือถือสเปคยั่ว ๆ ราคาน่าโดนกันออกมาอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว และสำหรับ OPPO Reno 10x Zoom รุ่นนี้ก็เรียกได้ว่ามาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายรูปที่สามารถซูมได้ไกลถึง 60 เท่า แถมยังมีดีไซน์กล้องหน้า Pivot Rising Camera เมื่อ Pop Up ขึ้นมาก็จะดูคล้ายกับครีบฉลามที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร ทำให้มีหน้าจอ AMOLED Panoramic Screen ขนาด 6.6 นิ้ว แบบเต็มพื้นที่ถึง 93.1% พร้อมรองรับ DCI-P3 ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 640 จับคู่มากับ RAM 6 GB และ 8 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 128 GB และ 256 GB สามารถเพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256 GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย ColorOS 6 และมีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการประมวลผล นอกจากนี้ก็ยังรองรับเทคโนโลยี Hyper Boost 2.0 ที่จะเข้ามาช่วยรีดประสิทธิภาพของการทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้น มีแบตเตอรี่ความจุ 4,065 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จเร็ว 20W (VOOC Flash Charge) มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ มีกล้องถ่ายรูปด้านหลังมาให้ 3 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซลขนาดรูรับแสง f/1.7 มีกันสั่น OIS กล้องเทเลโฟโต้ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/3.0 มีกันสั่น OIS และเลนส์มุมกว้าง Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลขนาดรูรับแสง f/2.2 โดยมาพร้อมเทคโนโลยี 10x Hybrid Zoom ที่สามารถซูมได้ 10 เท่าแบบไม่สูญเสียรายละเอียด สำหรับกล้องหน้ามีความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0 โดยมีโหมดเซลฟี่สำหรับบริเวณที่มีแสงน้อยและการเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอ ถ่ายรูปออกมาได้สวยได้ทุกระยะและในทุกสภาพแสง

 

7. Samsung Galaxy S10

มือถือแบรนด์ดังจากฝั่งเกาหลีอย่าง Samsung Galaxy S10 ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นพระรองในตระกูลแต่ก็มาพร้อมกับโปรไฟล์พระเอกเลยทีเดียว เริ่มกันตั้งแต่ดีไซน์หน้าจอขอบโค้งแบบ Infinity-O ที่มีลักษณะหน้าจอแบบเจาะรูเอาไว้สำหรับใส่กล้องหน้าที่มุมขวาบน โดยเลือกใช้หน้าจอชนิด Dynamic AMOLED ที่สามารถปรับโทนสีให้เหมาะสมกับการแสดงผลได้โดยอัตโนมัติ พร้อมรองรับการแสดงภาพ HDR10+ และการแสดงสีตามมาตรฐาน DCI-P3 โดยมีหน้าจอแสดงผลขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 3040 พิกเซล กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Exynos 982 หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MP12 จับคู่มากับ RAM 8 GB หน่วยความจำภายใน 128 GB และ 512 GB สามารถเพิ่ม microSD card ได้สูงสุด 1 TB พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย One UI มีแบตเตอรี่ความจุ 3,400 มิลลิแอมป์ รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วและการชาร์จไร้สาย พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอและฟีเจอร์ Lift to wake ที่หน้าจอจะสามารถติดขึ้นมาได้เองเมื่อผู้ใช้งานยกเครื่องขึ้นมาและสามารถสแกนนิ้วมือหรือใบหน้าเพื่อเข้าใช้งานได้เลยทันที ในรุ่นนี้ก็มาพร้อมกับกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องตัวหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล สามารถปรับขนาดรูรับแสงได้ f/1.5-2.4 มีกันสั่น OIS และโฟกัสแบบ Dual Pixel PDAF กล้องเทเลโฟโต้ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.4 กล้องตัวที่ 3 เป็น Ultrawide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.2 ส่วนกล้องหน้ามาพร้อมความละเอียด 10 ล้านพิกเซล และโฟกัสแบบ Dual Pixel PDAF สเปคดีถ่ายรูปสวยขนาดนี้บอกได้เลยว่า Samsung Galaxy S10 ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริง ๆ

 

6. Vivo V15

 

 

สำหรับ Vivo V15 ก็เป็นมือถือสเปคระดับกลางแต่มีความสามารถที่ล้นเหลือไม่แพ้เรือธงกันเลยโดยในรุ่นนี้ก็จะมีหน้าจอแสดงผลชนิด IPS LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล มีดีไซน์หน้าจอแบบ Ultra FullView Display แสดงผลได้แบบเต็มพื้นที่ถึง 90.95% ไม่มีติ่งหรือรอยบากมารบกวนสายตา ดีไซน์ฝาหลังสวยงามแบบไล่เฉดสี มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ใช้หน่วยประมวลผล MediaTek Helio P70 หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP3 จับคู่มากับ RAM 6 GB หน่วยความจำภายใน 128 GB สามารถใส่ microSD เพิ่มได้สูงสุด 256 GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย Funtouch 9 มีแบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จเร็ว Dual Engine Fast charge สำหรับกล้องถ่ายรูปด้านหลังก็มาด้วยกัน 3 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องหลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.8 โฟกัสแบบ Dual Pixel PDAF กล้อง Depth sensor ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.4 และกล้องมุมกว้าง ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.2 มี มีเทคโนโลยี AI ช่วยปรับแต่งภาพ ส่วนกล้องหน้าเป็นแบบ Pop up ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0 พร้อมโหมด AI Beauty ช่วยในการปรับแต่งใบหน้าให้ออกมาอย่างสวยงามเป็นธรรมชาติ บอกได้เลยว่ารุ่นนี้สเปคดีแถมกล้องเซลฟี่อย่างแจ่ม

 

5. Apple iPhone XR

Apple iPhone XR นั้นก็เป็น iPhone รุ่นเล็กที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพการใช้งานไม่แพ้รุ่นพี่กันเลยทีเดียว โดยตัวเครื่องก็จะใช้วัสดุเป็นกรอบอลูมิเนียม 7000 series ที่มีความแข็งแรงทนทาน พร้อมครอบทับด้วยกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 ใช้การปลดล็อคด้วย Face ID แทนการสแกนลายนิ้วมือ มาพร้อมหน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.1 นิ้วความละเอียด 828 x 1792 พิกเซล รองรับ True Tone, wide color gamut และ 120 Hz touch-sensing ใช้หน่วยประมวลผล Apple A12 Bionic ที่มีเทคโนโลยี Neural Engine หน่วยประมวลผลกราฟิก Apple GPU (4-core graphics) จับคู่มากับ RAM 3 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 64 GB, 128 GB และ 256 GB ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมจากภายนอก ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 12 โดยสามารถอัปเกรดเป็น iOS 12.4 เวอร์ชั่นล่าสุดได้ มีแบตเตอรี่ความจุ 2,942 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จเร็ว 15W และการชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi wireless charging ส่วนกล้องถ่ายรูปด้านหลังก็จะเป็นกล้องหลักเพียงตัวเดียว โดยมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.8 โฟกัส PDAF มีกันสั่น OIS ไฟแฟลช Quad-LED dual-tone flash ส่วนกล้องหน้าก็มีความละเอียดอยู่ที่ 7 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.2 เรียกได้ว่าถึงแม้จะเป็น iPhone รุ่นเล็กที่ปรับสเปคลงมา แต่ก็ยังคงใช้งานได้ดีงามตามมาตรฐาน แถมยังมีราคาถูกลงมาจากตัวท็อปค่อนข้างเยอะอีกด้วย

 

4. Samsung Galaxy A10

 

 

รุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นมือถือระดับเริ่มต้นราคาประหยัดที่มาพร้อมฟีเจอร์การใช้งานครบครันในเครื่องเดียว โดยมาพร้อมจุดเด่นที่หน้าจอขนาดใหญ่ดีไซน์ไร้ขอบที่มีรอยบากติ่งหยดน้ำแบบ Infinity-V Display ขนาด 6.2 นิ้ว ชนิดหน้าจอแบบ IPS LCD ความละเอียด 1520×720 พิกเซล สำหรับสเปคของ Samsung Galaxy A10 ก็จัดมาให้เพียงพอสำหรับการใช้งานพื้นฐานได้แบบสบาย ๆ ด้วยหน่วยประมวลผล Exynos 7884 หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G71 MP2 จับคู่มากับ RAM 2 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 32 GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำด้วย microSD ได้สูงสุด 512 GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย One UI โดยในรุ่นนี้จะไม่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ แต่จะใช้การปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้าแทน โดยมีแบตเตอรี่ความจุ 3,400 มิลลิแอมป์ ไม่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว สำหรับกล้องถ่ายรูปของ Samsung Galaxy A10 ก็บอกได้เลยว่าใช้งานได้ดีเกินคาด โดยมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.9 มี Auto focus และไฟแฟลช LED พร้อมโหมดการถ่ายรูปพื้นฐานที่ครบครัน ส่วนกล้องหน้าก็มีความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0 มีไฟแฟลช LED มาให้ สามารถเซลฟี่ได้สวยแม้อยู่ในที่มืด และยังมีโหมดหน้าสวยช่วยในการปรับแต่งใบหน้าให้ออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติอีกด้วย

 

 

2. HUAWEI P30 Pro

 

ถึงจะเปิดตัวมาได้หลายเดือนแล้วแต่ HUAWEI P30 Pro ก็ยังคงติดอันดับมือถือที่ดีที่สุดประจำเดือนสิงหาคมอยู่ดี โดยรุ่นนี้ก็มาพร้อมกับหน้าจอ OLED พร้อมรอยบากติ่งหยดน้ำขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล รองรับ DCI-P3 และ HDR10 กรอบตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม ด้านหน้าและด้านหลังครอบทับด้วยกระจก มีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอและยังสามารถใช้การปลดล็อคด้วยใบหน้าได้ด้วย ซึ่งในรุ่นนี้ก็จะมีการตัดลำโพงสนทนาออก โดยเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี HUAWEI Acoustic Display โดยจะมีเสียงออกมาจากทางหน้าจอแทนนั่นเอง พร้อมขุมพลังจากหน่วยประมวลผลตัวท็อปอย่าง HiSilicon Kirin 980 หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MP10 จับคู่มากับ RAM 6 GB และ 8 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 128 GB, 256 GB และ 512 GB สามารถเพิ่ม NM (Nano Memory) ได้ 256 GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย EMUI 9.1 มีแบตเตอรี่ความจุ 4,200 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จเร็วและการชาร์จแบบไร้สาย หรือจะใช้เป็น Power Bank สำรองสำหรับเครื่องอื่นก็ได้ จุดเด่นอีกอย่างของรุ่นนี้ก็คือกล้องถ่ายรูป LEICA Quad Camera ที่มี 10x Hybrid Zoom สามารถซูมได้สูงสุดถึง 50 เท่า มีกล้องตัวหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.6 โฟกัส กล้องเทเลโฟโต้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/3.4 กล้อง Ultrawide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.2 และกล้องตัวที่ 4 เป็น TOF 3D camera มีโฟกัสแบบ PDAF และกันสั่น OIS พร้อมไฟแฟลช Dual-LED dual-tone กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/2.0 การใช้งานกล้องถ่ายรูปทั้งด้านหน้าและด้านหลังบอกได้เลยว่าทำออกมาได้ดีมาก ใครที่อยากได้มือถือที่มีประสิทธิภาพการใช้งานในระดับสูงและกล้องถ่ายรูปสวยระดับมืออาชีพ ก็ไม่ควรพลาดรุ่นนี้

 

1. Samsung Galaxy Note9

มากันที่อันดับ 1 ของเดือนนี้กับ Samsung Galaxy Note9 มือถือระดับเรือธงที่มาพร้อมกับความสามารถในการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen โดยมากับหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.4 นิ้ว ชนิด Super AMOLED ความละเอียด 2960×1440 รองรับ HDR10 ตัวเครื่องเป็นกรอบอลูมิเนียมครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Exynos 9810 หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 จับคู่มากับ RAM 6 GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 128 GB สามารถเพิ่ม microSD สูงสุด 512 GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 (Oreo) โดยอัปเกรดเป็น Android 9.0 (Pie) ได้ พร้อมครอบทับด้วย One UI โดยมีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานด้วยความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จเร็ว 15W และการชาร์จแบบไร้สาย ในรุ่นนี้ก็จะมีกล้องถ่ายรูปด้านหลังแบบเลนส์คู่ที่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเท่ากัน โดยกล้องตัวหลักนั้นสามารถปรับขนาดของรูรับแสงได้ที่ f/1.5-2.4 พร้อมโฟกัสแบบ Dual pixel PDAF และกันสั่น OIS ส่วนกล้องอีกตัวเป็นเทเลโฟโต้ 2x optical zoom โดยมีขนาดรูรับแสง f/2.4 มีออโต้โฟกัสและกันสั่น OIS สำหรับกล้องเซลฟี่ด้านหน้าก็มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.7 และมีออโต้โฟกัสมาให้ จัดว่าเป็นมือถือที่มาพร้อมกับฟังชั่นการใช้งานที่ครบครันและมีความสามารถรอบด้านอย่างแท้จริง

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 อันดับมือถือที่ดีที่สุดประจำเดือนสิงหาคมที่เราได้ทำการคัดเลือกและคัดสรรเอามาฝากกันอย่างเต็มที่ ซึ่งก็มีตั้งแต่มือถือรุ่นเริ่มต้นราคาประหยัด มือถือระดับกลาง ไปจนถึงระดับเรือธงกันเลยทีเดียว นอกจากทั้ง 10 รุ่นนี้แล้วก็ยังมีมือถือที่น่าสนใจรุ่นอื่น ๆ อยู่อีกมากมายที่หน้าเว็บไซต์ของเรา สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมกันได้ ส่วนเดือนหน้าจะมีมือถือรุ่นไหนที่ติดอันดับกันบ้างนั้นก็รอชมกันได้เลย รับรองว่าไม่ผิดหวัง